วิธีหาเลือกซื้อแบตเตอรี่รถยนต์ที่เหมาะสมกับรถยนต์ของท่าน

วิธีหาเลือกซื้อแบตเตอรี่รถยนต์ที่เหมาะสมกับรถยนต์ของท่าน

วิธีหาเลือกซื้อแบตเตอรี่รถยนต์ที่เหมาะสมกับรถยนต์ของท่าน

1.ก่อนอื่นท่านต้องเลือกร้านแบตเตอรี่ที่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับแบตเตอรี่แบบชนิดว่าเป็นมืออาชีพนะครับ ทำไมต้องเป็นแบบนั้นครับ ก็เพราะว่าถ้าร้านแบตเตอรี่รถยนต์ที่ไม่เป็นมืออาชีพอาจจะแนะนำให้ท่านใช้แบตเตอรี่ที่ผิดประเภทหรือไม่เหมาะสมกับรถยนต์ของท่านได้ และท่านอาจจะเสียเงินฟรีๆเพราะท่านจะใช้แบตเตอรี่ดังกล่าวได้ไม่นาน ตัวอย่างเช่น

-ถ้าท่านที่ใช้รถกระบะหรือ SUV ที่เครื่องยนต์มีขนาดมากกว่า 2800 CC.และท่านจะต้องใช้งานรถของท่านทุกวัน แบตเตอรี่ที่เหมาะสมที่สุดคือแบตเตอรี่รถยนต์ที่มีขนาด 90 แอมแปร์ เพราะว่าถ้าท่านเลือกซื้อหรือช่างแนะนำให้ท่านใช้แบตเตอรี่รถยนต์ที่มีขนาดต่ำกว่านั้น แบตเตอรี่รถยนต์ดังกล่าวจะไม่สามารถทนทานต่อกระแสไฟได้และจะทำให้เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควรครับ -หากท่านใช้รถยุโรปและอยากประหยัดงบโดยใช้แบตเตอรี่ที่ไม่ใช่ขั้วจม หรือแบตเตอรี่ขั้วลอยที่รถญี่ปุ่นเค้าใช้กันซึ่งราคาถูกกว่า 300 ถึง 500 บาท ท่านอาจจะใช้แบตเตอรี่ดังกล่าวได้ไม่เกินปี สาเหตุมาจากการออกแบบและลักษณะของค่าไฟของแบตเตอรี่รถยนต์ที่แตกต่างกัน แบตเตอรี่ขั้วจมจะถูกออกแบบมาให้มีค่า CCA ที่สูงกว่า แบบขั้วลอย และมีขนาดที่เล็กกว่า ซึ่งหมายถึงท่านจ่ายเงินเพิ่มอีกนิดหน่อยท่านจะสามารถใช้งานแบตเตอรี่ขั้วจมได้ยาวนานขึ้นอีกเป็นปีเลยครับ

-การตรวจวัดระบบไดชาร์จและไฟรั่วก่อนและหลังเปลี่ยนแบตเตอรี่ มีความจำเป็นอย่างมากสำหรับท่านผู้ใช้รถยนต์ เพราะว่าถึงแม้ท่านจะเปลี่ยนแบตเตอรี่ยี่ห้อไหนและดีแค่ไหนก็ตาม ถ้าระบบไฟของท่านไม่ปกติ นั่นหมายถึงแบตเตอรี่ที่ท่านใช้อยู่นั้นอาจจะใช้งานไม่ได้นานอย่างที่ควรจะเป็น ตัวอย่างเช่น ถ้าไดชาร์จของรถท่านมีค่าการชาร์จขณะเปิดไฟหน้าและเครื่องปรับอากาศแล้วต่ำกว่า 13.6 โวลต์ และขณะเหยียบคันเร่งที่ 3000 รอบ ได้ค่าอยู่ประมาณที่ 14.5 โวลต์ หรือมากว่า 14.5 โวลต์ นั่นหมายถึงระบบการทำงานของไดชาร์จของท่านทำงานผิดปกติ ซึ่งส่งผลให้แบตเตอรี่รถยนต์ได้รับกระแสไฟที่แปรปรวนและทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควรจะเป็นครับ ดังนั้นท่านควรตรวจสอบระบบไฟของรถท่านทุกๆ 1 ปีเป็นอย่างน้อย หรือก่อนและหลังการเปลี่ยนแบตเตอรี่เพราะท่านสามารถแก้ไขสาเหตุได้ตรงจุดครับผม

-การเลือกซื้อแบตเตอรี่รถยนต์โดยคำนึงถึงราคาอย่างเดียว โดยไม่ดูองค์ประกอบอื่นๆ เช่นแบตเตอรี่ที่สดใหม่ แบตเตอรี่ที่แผ่นเต็ม แบตเตอรี่ที่มีค่า CCA ที่สูง แบตเตอรี่ที่มีค่าแอมแปร์ที่สูงกว่ามาตรฐาน อาจจะทำให้ท่านใช้แบตเตอรี่ที่ไม่ตรงชนิดกับรถของท่าน ซึ่งเป็นเหตุให้ท่านสามารถใช้งานแบตเตอรี่ลูกนั้นได้เพียง 1 ปี (ไม่มีของดีราคาถูกครับเจ้านาย) ตัวอย่างเช่นท่านที่ใช้รถเก๋ง เครื่อง 2000 CC ขึ้นไป แบตเตอรี่ที่ขายอยู่ตามท้องตลาดมีให้ท่านเลือกอยู่มากมาย ตั้งแต่ราคา 1800 ถึง 3000 บาท คำถามมีอยู่ว่าท่านควรจะเลือกใช้แบตเตอรี่ ราคา 1800 บาท หรือ 2500 บาท หรือ 3000 บาท และท่านควรจะเลือกซื้อยี่ห้อไหนดีถึงจะคุ้มค่าที่สุด คำตอบง่ายนิดเดียวครับ ท่านจะต้องถามผู้จัดจำหน่ายว่า ร้านของผู้จัดจำหน่ายมีการรับประกันหลังการขายหรือไม่ ประเภทของแบตเตอรี่เป็นแบตเตอรี่แผ่นเต็มหรือแผ่นธรรมดา และแบตเตอรี่ดังกล่าวเป็นแบตเตอรี่ที่สดใหม่หรือไม่ โดยการพูดคุยสอบถามรายละเอียดเหตุและผลของการนำเสนอของผู้จัดจำหน่ายครับ เพียงเท่านี้ท่านก็สามารถวิเคราะห์ได้แล้วว่าท่านควรจะซื้อกับร้านแบตเตอรี่หรือผู้จัดจำหน่ายรายไหนครับ

2.ท่านควรดูการขั้นการทำงานของร้านแบตเตอรี่ก่อนตัดสินใจซื้อหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ทุกครั้งว่าการทำงานมีระบบที่เป็นมาตรฐานหรือไม่ตัวอย่างเช่น

-ช่างมีการเลี้ยงระบบไฟขณะเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือไม่ การเลี้ยงระบบไฟคือการนำแบตเตอรี่อีกลูกหนึ่งต่อพ่วงกับวงจรไฟของรถท่านเพื่อให้ระบบไฟในรถของท่านไม่ขาดหายไปในขณะเปลี่ยนแบตเตอรี่ ถ้าไม่เลี้ยงระบบไฟ รถยนต์ของท่านอาจจะประสบปัญหาเกี่ยวกับการเดินรอบของเครื่องยนต์ที่ผิดปกติครับ

-ดูว่ามีการวัดไฟรั่วหรือไม่ และต้องใช้เครื่องมือที่เป็นมาตรฐานมีหลักการ ไม่ใช่เอาหลอดไฟมาวัดว่าไฟรั่วหรือไม่รั่วแบบนั้นไม่ใช่ช่างมืออาชีพครับ

-เลือกร้านที่มีการรับประกันของแบตเตอรี่ในกรณีที่แบตเตอรี่ลูกนั้นเกิดความเสียหายมาจากโรงงาน ซึ่งท่านสามารถนำแบตเตอรี่ลูกดังกล่าวไปเคลมกับร้านนั้นได้ครับ

-เลือกร้านแบตเตอรี่ที่มีแบตเตอรี่หลากหลายยี่ห้อและรุ่นให้ท่านเลือกเพราะท่านสามารถเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละยี่ห้อได้ครับ,

-เลือกร้านแบตเตอรี่ที่สามารถติดต่อได้ตลอดเวลา เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ท่านได้เรียกใช้ได้สะดวก

-เลือกร้านแบตเตอรี่ที่เห็นประสบการณ์การทำงานแบบของจริงไม่ใช่แค่เขียนบอกในคำโฆษณา

3.ดูการรับประกันหรือบริการหลังการขายจากร้านแบตเตอรี่ที่ท่านกำลังจะตัดสินใจซื้อ

-มีแบตเตอรี่สำรองไปเปลี่ยนให้หรือไม่ ถ้าแบตเตอรี่ที่ท่านเปลี่ยนมาเกิดความเสียหายมาจากโรงงาน ในเวลาที่รถยนต์ของท่านสตาร์ทไม่ติด

Share this Post: