การชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์อย่างถูกวิธี

การชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์อย่างถูกวิธี

การชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์อย่างถูกวิธี

แบตเตอรี่รถยนต์ที่เราเรียกกันว่าแบตเตอรี่น้ำอันที่จริงคือแบตเตอรี่ชนิดอัดแห้ง (DRY CHARGE)

แบตเตอรี่ ชนิดอัดแห้งเป็นที่นิยมกัน เพราะการผลิตออกจำหน่ายตามท้องตลาดไม่จำเป็นต้องเติมน้ำกรดไว้ล่วงหน้า เพราะไม่สะดวกต่อการขนส่ง และการเก็บรักษา แผ่นบวกและแผ่นลบ ภายในหม้อแบตเตอรี่จะต้องดูดความชื้นออกให้หมด โดยนำไปอบก่อนประกอบซึ่งแผ่นบวกและลบสามารถป้องกันความชื้นได้ ซึ่งสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานประมาณ 1 ปี ถ้าหากมีความชื้นที่แผ่นบวกและลบอาจจะเป็น อ๊อกไซด์ช้าๆ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าแผ่นบวกลบเสื่อมคุณภาพ ปกติเมื่อเติมน้ำกรดลงไปในกรณีฉุกเฉินก็สามารถนำไปใช้งานได้เลย

วิธีอัดไฟสำหรับแบตเตอรี่น้ำ

แกะเอาเทปของฝาปิดของทุกๆช่องของแบตเตอรี่ออกก่อนที่จะนำแบตเตอรี่ไปอัดไฟ ยาอิเลคทรอไลด์

1. ใช้กรดกำมะถันผสมกับน้ำอย่างเจือจาง โดยมีความถ่วงจำเพาะดังตาราง น้ำยาอิเลคทรอไลด์นี้มีอุณหภูมิต่ำกว่า 90F (32C)

2. เติมน้ำยาอิเลคทรอไลด์ในทุกช่องของแบตเตอรี่ ซึ่งให้สูงท่วมแผ่นบวกลบประมาณ 3/8 หรือท่วมจนถึงขอบสี่เหลี่ยมตรงคอ

การตั้งทิ้งไว้ (Standing)

1. หลังจากเติมน้ำยาแล้วตั้งแบตเตอรี่ไว้เฉยๆประมาณ 3-5 ชั่วโมง เพื่อทำให้น้ำยาซึมเข้าไปในแผ่นบวกและลบอย่างทั่วถึง

2. ภายหลัง 3-5 ชั่วโมงแล้ว ถ้าระดับน้ำยาต่ำลงต้องเติมน้ำยา ซึ่งมีความถ่วงจำเพาะเท่าเดิม จนถึงระดับมาตรฐาน

การอัดไฟครั้งแรก (First charge)

1. ใช้สาย (+) สาย (-) จากเครื่องชาร์จไฟ (Current source) ต่อเข้ากับขั้ว (+) และขั้ว (-) ของแบตเตอรี่ให้ตรงกัน

2. หลังจากอุณหภูมิของน้ำยาต่ำกว่า 90F(32C) ให้เริ่มอัดไฟเข้าแบตเตอรี่โดยใช้กระแสตามที่บริษัท ผู้ผลิตกำหนดแต่ละรุ่น เช่น 4-13 แอมแปร์ สำหรับแบตเตอรี่ 12 โวลต์ ที่มีความบรรจุ 50-200 Ah. และใช้กระแส 2.5 สำหรับแบตเตอรี่ 12โวลต์ ที่มีความจุ 40 Ah.

3. ทำการอัดไฟจนกระทั่งทุกช่องมีแก๊สเกิดขึ้น แสดงว่าแบตเตอรี่มีไฟเต็มทำการวัดทุกๆชั่วโมง3ครั้งความถ่วงจำเพาะจะต้องคงที่

4. การอัดไฟจะต้องใช้เวลาประมาณ 15 ชั่วโมง และถ้าแบตเตอรี่เก็บไว้นานๆแผ่นบวกลบจะแห้ง จะต้องทำการอัดไฟนานกว่า คือประมาณ 50 ชั่วโมง

5. ขณะที่อัดไฟอุณหภูมิของน้ำยาไม่ควรสูงเกินกว่า 110F (43C) ในเขตร้อนถ้าอุณหภูมิสูงกว่านี้จะต้องลดกระแสลง

6. หลังจากการอัดไฟแล้ว ต้องวัดค่า ถ.พ. ของน้ำยาเปรียบเทียบกับตารางข้างบนที่กล่าวมา

การอัดไฟอย่างเร็ว (Fast chart)

การ อัดไฟอย่างเร็ว ซึ่งจะใช้ในกรณีรีบด่วน เช่นช่วยสตาร์ทเครื่องยนต์ ซึ่งจะอัดไฟด้วยกระแสตรงในเวลาอันสั้น กาอัดไฟแบตเตอรี่ 6 โวลท์ จะใช้กระแส 80-100 แอมแปร์, และแบตเตอรี่ 12 โวลท์ จะใช้กระแส 40-50 แอมแปร์ โดยใช้เวลา 1-1 1 ชั่วโมง ก่อนการนำแบตเตอรี่อัดไฟอย่างเร็วควรตรวจดู ถ.พ. และระดับน้ำยาในเซลล์ก่อนโดย ถ.พ. อ่านค่าได้ใกล้เคียงทุกเซลล์ การอัดไฟแบบนี้จะทำให้เกิดปฏิกิริยาสูง ซึ่งอาจทำให้แผ่นธาตุชำรุด หรือเกิดลัดวงจรได้ เพราะการตกตะกอนสูง ดังนั้นถ้าแบตเตอรี่มีตะกอนมากควรนำไปอัดไฟแบบช้า จะทำให้ยืดอายุได้

ข้อควรระวัง

1. ขณะอัดไฟอย่างเร็ว อุณหภูมิของน้ำยาอิเลคทรอไลด์ไม่ควรสูงเกินกว่า 125 F

2. การอัดไฟหลายหม้อควรต่อขนานกันแต่อย่าต่อแบตเตอรี่ 6 โวลท์กับ 12 โวลท์

3. ระวังแกสไฮโดรเจน และอ๊อกซิเจนที่เกิดขึ้นขณะอัดไฟ

4. การอัดไฟความเร็วควรเปรียบเทียบและวัด ถ.พ. จากตารางข้างล่าง

ถ.พ.                                              เวลาการอัดไฟสูงสุด

1.150 หรื่อต่ำกว่า                                             60 นาที

1.150-1.175                                                   45 นาที

1.175-1.200                                                   30 นาที

1.200-1.225                                                    15 นาที

สูงกว่า 1.225                                                 อัดไฟอย่างช้า

การอัดไฟอย่างช้า ๆ (Slow Charging)

การ อัดไฟอย่างช้าๆซึ่งเป็นแบบกระแสตรงที่ใช้ตามโรงงานทั่วไป โดยเครื่องอัดไฟ ที่มีขนาดแรงดันไฟฟ้าตามที่ต้องการอัด ส่วนกระแสไฟจะอัดเข้าแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับอัตราที่โรงงานผลิตกำหนด จะลดหรือเพิ่มขึ้นอยู่ที่การปรับรีโอสเตทแรงดันระหว่างอัดไฟแต่ละเซลล์จะ เพิ่มขึ้น ถ้าปรับกระแสมากขึ้น ปกติจะอัดไฟค้างคืนหรือระยะเวลายาว การอัดไฟหลายลูกควรต่ออนุกรมกันและจะปรับกระแสให้ต่ำสุด ตามความจุของหม้อแบตเตอรี่ที่เล็กที่สุด เช่น 40 Ah ใช้ 2.5 แอมแปร์ ก็ควรใช้กระแส 2.5 แอมแปร์ หรือไม่ก็คิดอัตราเฉลี่ยประมาณ 5 แอมแปร์ ขณะอัดไฟถ้าเกิดแก๊สขึ้น และ ถ.พ. ของน้ำกรดไม่เพิ่มขึ้นเป็น เวลา 2 ช.ม. แสดงว่าการอัดไฟในแบตเตอรี่นั้นเต็ม

Share this Post: